สวัสดิการข้าราชการ 2569 เบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตรอย่างไร
นอกจากเงินเดือนและค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ ลูกจ้างประจำที่รับเงินงบประมาณ และผู้รับบำนาญยังมีสิทธิเบิกสวัสดิการอีกหลายรายการ บทความนี้สรุปสองรายการที่คนถามมากที่สุด คือค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตร
ค่ารักษาพยาบาล: ใครมีสิทธิเบิกได้บ้าง
ครอบคลุมตัวข้าราชการเอง คู่สมรส บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายลำดับที่ 1-3 (ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแต่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ) และบิดามารดาที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการซ้ำซ้อนจากที่อื่น ค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอกและใน ค่ายา ค่าห้อง และค่าผ่าตัด/หัตถการ
ระบบเบิกจ่ายตรงทำงานอย่างไร
กรมบัญชีกลางจ่ายเงินตรงให้สถานพยาบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้มีสิทธิใช้บัตรประจำตัวประชาชนยืนยันตัวตนเข้ารับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย สถานพยาบาลของรัฐใช้สิทธิได้เต็มรูปแบบ ส่วนเอกชนเบิกจ่ายตรงได้เฉพาะกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินตามเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด ตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง (mbdb.cgd.go.th)
ค่าเล่าเรียนบุตร: ใครมีสิทธิ เบิกได้เท่าไหร่
ตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 ผู้มีสิทธิ ได้แก่ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับบำนาญ และข้าราชการการเมือง เบิกให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายลำดับที่ 1-3 เท่านั้น (ไม่นับบุตรบุญธรรม) ที่กำลังศึกษาในสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง
- สถานศึกษาของรัฐ — เบิกได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินเพดานต่อระดับชั้น
- สถานศึกษาเอกชน — เบิกได้เพียงครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง และไม่เกินครึ่งหนึ่งของเพดาน
เงินสวัสดิการที่เบิกได้ต้องเสียภาษีไหม
ไม่ต้อง เงินสวัสดิการรักษาพยาบาลและการศึกษาบุตรที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ราชการได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 42(1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้เมื่อยื่นแบบ
อ้างอิง
บุตรบุญธรรมเบิกค่าเล่าเรียนได้ไหม
ไม่ได้ สิทธินี้ใช้ได้เฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิเท่านั้น ไม่ครอบคลุมบุตรบุญธรรม
คู่สมรสเป็นข้าราชการทั้งคู่ เบิกค่ารักษาพยาบาลซ้ำกันได้ไหม
ไม่ได้ ต้องเลือกใช้สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลักสำหรับบุตรและบิดามารดา เพื่อป้องกันการเบิกซ้ำซ้อน
คำนวณวงเงินลดหย่อนภาษีทั้งหมดของคุณแบบ Real-time ฟรี
เปิดเครื่องคำนวณภาษี